ปล่อยเช่าคอนโดได้กำไรเท่าไร? วิธีคำนวณรายรับสุทธิก่อนตั้งงบ
ตัวเลขค่าเช่าในประกาศยังไม่ใช่กำไรสุทธิของเจ้าของห้อง วิธีคำนวณรายได้จากการปล่อยเช่าคอนโดแบบเห็นภาพจริง หักค่าส่วนกลาง เดือนที่ห้องว่าง ค่าซ่อมแซม พร้อมแบบจำลอง 3 สถานการณ์

ตัวเลขค่าเช่าที่เห็นในประกาศยังไม่ใช่กำไรของเจ้าของห้อง เงินจำนวนเดียวกันต้องรองรับค่าส่วนกลาง ช่วงที่ห้องว่าง การซ่อมแซม การทำความสะอาด และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ก่อนตัดสินใจว่าจะปล่อยเช่าต่อ ปรับปรุงห้อง หรือขาย เจ้าของควรคำนวณจากเงินที่คาดว่าจะได้รับจริงตลอดทั้งปี ไม่ใช่คูณค่าเช่ารายเดือนด้วยสิบสองแล้วถือว่าเป็นรายได้สุทธิ
วิธีนี้ไม่ได้ทำนายว่าห้องหนึ่งจะให้ผลตอบแทนเท่าไร เพราะราคาจริงและค่าใช้จ่ายแตกต่างตามอาคาร ห้อง และสัญญา จุดประสงค์คือทำให้เจ้าของเห็นว่าต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง และลองเปรียบเทียบหลายสถานการณ์โดยไม่ต้องเดาจากความรู้สึก
เริ่มจากรายได้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
บันทึกค่าเช่าที่ระบุในสัญญา จำนวนเดือนที่คาดว่าจะมีผู้เช่า และวันที่ห้องพร้อมให้เช่า อย่าใช้ราคาเสนอในประกาศหลายรายการเป็นหลักฐานว่าทุกห้องปล่อยได้ในราคานั้น ให้เลือกห้องที่ขนาด ผัง เฟอร์นิเจอร์ ชั้น และวันพร้อมเข้าอยู่ใกล้เคียงกัน แล้วจดวันที่ตรวจแต่ละประกาศไว้ด้วย

รายได้ค่าเช่าขั้นต้นต่อปีคำนวณได้จาก ค่าเช่ารายเดือน × จำนวนเดือนที่มีผู้เช่าจ่ายจริง เช่น ถ้าสมมติว่าค่าเช่าในสัญญาอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือนและมีผู้เช่าครบ 11 เดือน รายรับขั้นต้นที่คาดไว้จะเป็น 165,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ได้อ้างว่าเป็นราคาเฉลี่ยหรือจำนวนเดือนว่างตามปกติของกรุงเทพฯ
การคิดให้มีเดือนว่างในแบบจำลองไม่ได้แปลว่าห้องจะต้องว่างแน่นอน แต่ช่วยให้เจ้าของเตรียมรับกรณีที่เปลี่ยนผู้เช่าแล้วมีเวลาทำความสะอาด ซ่อม หรือหาผู้เช่ารายใหม่ ถ้าห้องเปลี่ยนผู้เช่าบ่อย ค่าใช้จ่ายและเวลาที่เจ้าของต้องลงมือก็มักเพิ่มตามไปด้วย
หากยังไม่แน่ใจว่าจะตั้งค่าเช่าเท่าไร ให้เริ่มจาก วิธีเปรียบเทียบห้องและตั้งค่าเช่าคอนโด แล้วแยก “ราคาที่ประกาศ” ออกจาก “รายรับที่ได้รับตามสัญญา” ให้ชัดเจน
แยกค่าใช้จ่ายที่เกิดทุกเดือนกับค่าใช้จ่ายเป็นครั้งคราว

ทำรายการค่าใช้จ่ายของห้องจริงจากใบแจ้งหนี้ สัญญา และประวัติซ่อม ไม่ใช้ความจำอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายที่เกิดทุกเดือนอาจรวมค่าส่วนกลาง ค่าอินเทอร์เน็ตที่เจ้าของออกให้ หรือค่าบริการจัดการห้องตามข้อตกลง ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ หรือบริการอื่นอาจชำระโดยผู้เช่าโดยตรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาและวิธีเรียกเก็บของอาคาร จึงควรตรวจเงื่อนไขของห้องนั้นก่อนใส่ลงในตาราง

ค่าใช้จ่ายบางรายการไม่ได้เกิดทุกเดือน แต่ไม่ควรปล่อยให้หายไปจากการคำนวณ เช่น แอร์ต้องล้างหรือซ่อม เครื่องทำน้ำอุ่นเสีย ลูกบิดหรือก๊อกน้ำชำรุด ผ้าม่านหรือที่นอนต้องเปลี่ยน และค่าทำความสะอาดหลังผู้เช่าย้ายออก เจ้าของอาจนำยอดจากประวัติจริงของห้องมาหาค่าเฉลี่ยรายปี หรือกำหนดเงินสำรองเป็นตัวเลขที่ตนเองรับไหวแล้วทบทวนเมื่อมีข้อมูลเพิ่ม
อย่าลืมต้นทุนเวลาของตัวเอง หากเจ้าของเดินทางไปตรวจห้อง ตอบคำถามผู้เช่า นัดช่าง และจัดการเอกสารด้วยตนเอง งานเหล่านี้ใช้เวลา แม้ไม่ได้จ่ายเงินออกจากบัญชีในวันนั้นก็ตาม ผู้ที่ใช้ผู้ดูแลหรือผู้ให้บริการภายนอกควรบันทึกค่าบริการตามสัญญาจริง แทนการใช้ตัวเลขที่เห็นจากห้องอื่น
สูตรที่ใช้ตรวจภาพรวมเบื้องต้น
เริ่มจากสูตรที่อ่านง่าย:

รายได้สุทธิจากการดำเนินงานโดยประมาณ = ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับ − ค่าใช้จ่ายของห้อง − เงินสำรองสำหรับห้องว่างและการซ่อม
จากนั้นทำอีกบรรทัดหนึ่งสำหรับเงินสดที่เหลือหลังจ่ายภาระทางการเงินของเจ้าของ:
เงินสดคงเหลือโดยประมาณ = รายได้สุทธิจากการดำเนินงาน − ค่างวดและภาระสินเชื่อที่เจ้าของจ่าย
ตัวเลขสองบรรทัดนี้ตอบคนละคำถาม บรรทัดแรกช่วยดูว่าการให้เช่าห้องมีรายได้พอเทียบกับต้นทุนการดูแลห้องหรือไม่ บรรทัดที่สองช่วยดูว่าในแต่ละเดือนเจ้าของต้องเติมเงินจากแหล่งอื่นหรือไม่ ค่างวดสินเชื่อมีทั้งส่วนที่เป็นดอกเบี้ยและเงินต้น จึงไม่ควรนำมาเรียกเป็น “ค่าใช้จ่ายของห้อง” ทั้งหมดโดยไม่แยกบัญชี และผลคำนวณนี้ก็ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือการลงทุน
ทำตารางสามกรณีแทนการยึดตัวเลขเดียว
เจ้าของสามารถทำแบบจำลองอย่างง่ายโดยใช้สมมติฐานสามแบบ: กรณีห้องมีผู้เช่าต่อเนื่อง กรณีมีช่วงว่างหรือมีงานซ่อมหนึ่งครั้ง และกรณีที่ต้องปรับราคาเพื่อให้ห้องแข่งขันได้ แต่ละกรณีควรระบุที่มาของสมมติฐาน เช่น ประวัติห้องตัวเองหรือข้อมูลที่ตรวจในวันนั้น หลีกเลี่ยงการตั้งตัวเลขจากคำว่า “ปกติ” โดยไม่มีหลักฐาน

| รายการ | กรณีคาดหวัง | กรณีกลาง | กรณีระมัดระวัง |
|---|---|---|---|
| ค่าเช่าต่อเดือน | ใส่ราคาที่มีสัญญารองรับ | ใช้ราคาที่ตรวจจากห้องใกล้เคียง | ลองราคาที่ต่ำลงตามข้อแตกต่างของห้อง |
| เดือนที่คาดว่าจะเก็บค่าเช่าได้ | อิงประวัติห้อง | เผื่อเวลาหาผู้เช่า | เผื่อเวลาว่างและวันซ่อมเพิ่ม |
| ค่าส่วนกลางและบริการ | ใช้ยอดตามใบแจ้งจริง | ใช้ยอดตามใบแจ้งจริง | ใช้ยอดตามใบแจ้งจริง |
| ค่าซ่อมและทำความสะอาด | ใช้ประวัติเดิม | เผื่อเหตุที่พบบ่อยในห้อง | เผื่อรายการใหญ่ที่มีโอกาสเกิด |
| เงินสดหลังหักค่าใช้จ่าย | คำนวณตามรายการ | คำนวณตามรายการ | คำนวณตามรายการ |
ตารางนี้ไม่มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จตายตัว เจ้าของควรใส่ข้อมูลจริงของตนเองและบอกให้ชัดว่ารายการใดเป็นเพียงสมมติฐาน ตัวอย่างเช่น หากสมมติว่าห้องค่าเช่า 15,000 บาทมีผู้เช่า 11 เดือน รายรับขั้นต้นคือ 165,000 บาทก่อนหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากนั้นจึงค่อยหักค่าส่วนกลางตามใบแจ้ง ค่าทำความสะอาดที่จ่ายจริง ค่าซ่อมที่เกิดขึ้น และค่าใช้บริการตามสัญญา อย่านำตัวเลขตัวอย่างนี้ไปอ้างเป็นค่าเช่าหรือผลตอบแทนของตลาด
อย่านับเงินประกันเป็นรายได้
เงินประกันเป็นเงินที่รับไว้ตามเงื่อนไขสัญญา ไม่ใช่ค่าเช่าที่เจ้าของสามารถบันทึกเป็นรายได้ทันที การหักเงินเมื่อผู้เช่าย้ายออกควรอิงข้อตกลง หลักฐานสภาพห้อง ยอดค้างชำระ และค่าใช้จ่ายที่ตรวจสอบได้ เจ้าของควรแยกบัญชีเงินส่วนนี้จากรายรับประจำ เพื่อไม่ให้ยอดเงินสดดูมากกว่าความเป็นจริง

ก่อนส่งมอบห้อง ให้ถ่ายภาพตามสภาพจริง จดรายการเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รอยเดิม และเลขมิเตอร์ พร้อมเก็บหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบได้ วิธีนี้ช่วยให้การพูดคุยเรื่องความเสียหายตอนย้ายออกยึดข้อมูลชุดเดียวกัน แทนการจำภาพคนละแบบ
เปรียบเทียบการปล่อยเช่ากับการถือห้องว่าง
หากตัวเลขสุทธิต่ำกว่าที่คาด อย่าเพิ่งสรุปว่าต้องลดค่าเช่าทันที ลองดูว่าความต่างมาจากราคา ห้องพร้อมเข้าอยู่หรือไม่ ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของแบกแทนผู้เช่า หรือระยะเวลาที่ห้องว่าง ถ้าประกาศมีคนเห็นน้อย อาจต้องแก้ภาพและรายละเอียดก่อน หากมีคนถามแต่ไม่ขอนัด อาจยังขาดข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ
เจ้าของที่เจอห้องว่างนานสามารถอ่าน วิธีวิเคราะห์ว่าประกาศปล่อยเช่าติดตรงไหน แล้วบันทึกผลจากการเปลี่ยนทีละอย่าง เช่น ภาพแรก ราคา หรือวันพร้อมเข้าอยู่ การแก้พร้อมกันทุกจุดทำให้รู้ยากว่าสิ่งใดช่วยได้จริง
ถ้าต้นทุนซ่อมสูงหรือห้องยังไม่พร้อม ลองทำใบรายการงานและงบก่อนรับผู้เช่า ดู คู่มือลงประกาศคอนโดให้เช่า เพื่อจัดลำดับสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่ทำเพิ่มได้ภายหลัง
ภาษีและภาระทางการเงินต้องแยกตรวจ
รายได้จากการให้เช่าอาจเกี่ยวข้องกับภาระภาษีของเจ้าของ แต่จำนวนและวิธีจัดการขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคน เช่น รายได้ประเภทอื่น ค่าใช้จ่ายที่ใช้หักได้ และเอกสารที่มี บทความนี้ไม่คำนวณภาษีและไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี ให้เก็บสัญญา ใบเสร็จ และหลักฐานรับเงินไว้อย่างเป็นระบบ แล้วตรวจข้อกำหนดที่ใช้อยู่ในปีที่ยื่นจริง
เช่นเดียวกัน เจ้าของที่มีสินเชื่อต้องแยกอัตราดอกเบี้ย ยอดคงเหลือ และเงื่อนไขสินเชื่อตามเอกสารของตนเอง การที่ค่าเช่ามากกว่าค่างวดในเดือนหนึ่งไม่ได้แปลว่าห้องมีกำไรสุทธิ หรือทำให้การลงทุนคุ้มเสมอไป
ตัวอย่างรายรับสุทธิแบบเห็นที่มาของทุกตัวเลข:
สมมติปล่อยเช่าเดือนละ 18,000 บาทและมีผู้เช่า 11 เดือน รายรับทั้งปีเท่ากับ 198,000 บาท หากเจ้าของออกค่าส่วนกลางเดือนละ 1,500 บาท (18,000 บาทต่อปี) ตั้งงบซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ 8,000 บาท และจ่ายทำความสะอาด/เตรียมห้องระหว่างผู้เช่า 2,000 บาท จะเหลือ 170,000 บาท ก่อนดอกเบี้ยหรือค่างวดสินเชื่อ ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่น
(ตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่อสาธิตสูตร ไม่ใช่ประมาณการตลาดหรือคำแนะนำทางภาษี)
ใส่บรรทัด “เดือนว่าง” และ “ค่าใช้จ่ายก้อน” แยกจากค่าใช้จ่ายรายเดือน อย่าหารค่าส่วนกลางด้วยจำนวนเดือนที่มีผู้เช่า เพราะเจ้าของอาจต้องจ่ายแม้ห้องว่าง และอย่าหักค่างวดทั้งก้อนแล้วเรียกยอดที่เหลือว่ากำไรโดยไม่แยกต้นทุนทางการเงิน ลองเพิ่มอีกหนึ่งเดือนว่างหรือค่าซ่อมแอร์หนึ่งครั้งในตารางสามกรณี เพื่อดูว่ากระแสเงินสดยังรับไหวหรือไม่
ทบทวนสมมติฐานทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่
เมื่อผู้เช่าย้ายออก ให้บันทึกเวลาตั้งแต่วันคืนห้องจนถึงวันที่ผู้เช่ารายใหม่เริ่มจ่ายค่าเช่า ระหว่างช่วงนั้นมีวันใดบ้างที่ใช้ทำความสะอาด นัดดูห้อง รออะไหล่ หรือรอแก้เอกสาร การรู้ระยะเวลาของห้องตัวเองมีประโยชน์กว่าการหยิบจำนวนวันว่างจากห้องอื่นมาใช้ เพราะสภาพห้อง ช่องทางประกาศ และเงื่อนไขสัญญาไม่เหมือนกัน
หลังซ่อม ให้เก็บใบเสนอราคา ใบเสร็จ ภาพก่อนและหลัง รวมถึงวันที่ช่างเข้าทำงานไว้ในที่เดียวกัน ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เจ้าของเห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ารายการใดเริ่มเสียซ้ำ และห้องต้องใช้เงินกับจุดใดมากที่สุด หากมีผู้เช่าหลายราย ให้แยกต้นทุนตามห้อง ไม่ปนกันจนไม่รู้ว่าห้องไหนสร้างรายจ่าย
ทุกสามหรือหกเดือน ลองกลับมาแก้ตารางจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง หากมีผู้เช่าต่อสัญญาและไม่มีค่าใช้จ่ายใหญ่ อาจปรับประมาณการกรณีกลางได้ หากมีงานซ่อมก้อนใหญ่หรือห้องว่างนาน ให้ปรับกรณีระมัดระวัง แล้วพิจารณาว่าควรซ่อมเพื่อปล่อยต่อหรือไม่ การกำหนดรอบทบทวนทำให้เจ้าของไม่ต้องตัดสินใจจากความกังวลเพียงครั้งเดียว
การประเมินต้นทุนยังช่วยกำหนดราคาและสิ่งที่รวมในสัญญา ถ้าเจ้าของเลือกออกค่าอินเทอร์เน็ตหรือบริการบางอย่าง ให้รวมไว้ในงบและเขียนสิ่งที่รวมให้ชัด ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นเปลี่ยนตามการใช้งาน ให้ระบุวิธีคิดและหลักฐานที่ใช้เรียกเก็บ หากผู้เช่าจ่ายตรงกับผู้ให้บริการ ให้บอกช่องทางและวันครบกำหนดตั้งแต่วันรับมอบห้อง
หากตารางแสดงว่าเงินสดอาจติดลบในบางเดือน ไม่ได้แปลว่าเจ้าของต้องเลิกปล่อยเช่าทันที ให้ตรวจสัญญาเงินกู้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และแผนการเงินของครัวเรือนร่วมกัน การตัดสินใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์มีผลระยะยาว จึงควรใช้ข้อมูลของห้องและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับสถานการณ์ของเจ้าของ แทนการยึดตามบทความทั่วไปเพียงชิ้นเดียว
คำถามที่เจ้าของมักสงสัย
ถ้าค่าเช่าสูงกว่าค่างวด แปลว่ามีกำไรหรือไม่
ยังสรุปไม่ได้ ต้องหักค่าใช้จ่ายของห้อง ช่วงที่ไม่มีผู้เช่า ค่าซ่อมและบริการที่เจ้าของออกให้ก่อน และแยกเงินต้นออกจากดอกเบี้ยในการดูภาระสินเชื่อด้วย ควรดูยอดรวมทั้งปีและเงินสดที่ต้องเติม ไม่ดูเพียงเดือนที่มีผู้เช่าเต็ม
ควรสำรองค่าซ่อมเท่าไร
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกห้อง เริ่มจากประวัติซ่อมของห้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้เช่า อายุของอุปกรณ์ และงบที่เจ้าของมี แล้วกำหนดเงินสำรองที่เติมได้จริง หากยังไม่มีประวัติ ให้จดค่าใช้จ่ายทุกครั้งและทบทวนสมมติฐานหลังผ่านปีแรก
ค่าส่วนกลางควรนำไปคิดกับผู้เช่าหรือไม่
ให้ดูสัญญา วิธีตั้งราคา และรายการที่แต่ละฝ่ายตกลงกัน เจ้าของอาจคำนวณค่าใช้จ่ายนี้ไว้ในราคาที่เสนอ แต่ควรเปิดเผยค่าใช้จ่ายและระบุความรับผิดชอบให้ชัด ไม่เรียกเก็บซ้ำโดยไม่มีข้อตกลงรองรับ
ควรใช้รายรับต่อเดือนหรือทั้งปีตัดสิน
ใช้ทั้งคู่ รายเดือนช่วยดูเงินสดที่ต้องหมุนเวียน ส่วนทั้งปีช่วยเห็นผลของห้องว่าง งานซ่อม และช่วงเปลี่ยนผู้เช่า ห้องที่ดูเหมือนเหลือเงินในเดือนปกติอาจมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในเดือนที่เปลี่ยนผู้เช่า
อ่านต่อให้ตัดสินใจได้ครบ
เมื่อคำนวณจุดคุ้มทุนแล้ว ให้ดู ขั้นตอนลงประกาศคอนโดให้เช่า และ วิธีคัดผู้เช่าคอนโดอย่างเป็นธรรม ประกอบกัน เพราะรายรับจริงขึ้นอยู่กับทั้งคุณภาพประกาศและความชัดเจนก่อนเริ่มสัญญา
สรุป: ตัดสินใจจากข้อมูลของห้องตัวเอง
การปล่อยเช่าคอนโดจะคุ้มแค่ไหนตอบได้เมื่อเจ้าของรู้ค่าเช่าตามสัญญา จำนวนเดือนที่มีรายรับ ค่าใช้จ่ายประจำ ต้นทุนซ่อม และภาระทางการเงินของตัวเอง ลองกรอกตัวเลขสามกรณีแล้วดูว่าห้องยังรับค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ในช่วงที่ว่าง หากไม่คุ้ม ให้ระบุสาเหตุและเลือกแก้เป็นเรื่อง ๆ ก่อนตัดสินใจลดราคา ลงทุนปรับปรุง หรือเปลี่ยนแผนการถือครอง
ผู้ก่อตั้ง Rentdi.com และผู้เชี่ยวชาญด้านการเช่าคอนโดในประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างสรรค์แพลตฟอร์มการเช่าคอนโดดิจิทัล 100% ที่โปร่งใส ปลอดภัย และสะดวกรวดเร็วสำหรับผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่าในประเทศไทย
กำลังมองหาคอนโดให้เช่าที่ถูกใจอยู่ใช่ไหม?
ค้นหาคอนโดติด BTS & MRT สัญญาเช่าดิจิทัลออนไลน์ 100% ปลอดภัย ไม่มีค่านายหน้า กับ Rentdi
ค้นหาคอนโดทั้งหมด