คู่มือเจ้าของห้อง

คัดผู้เช่าคอนโดอย่างไร? เช็กข้อมูลและตกลงเงื่อนไขให้ชัดก่อนส่งมอบ

คัดผู้เช่าคอนโดอย่างไรให้รอบคอบและเป็นธรรม ไม่ตัดสินจากความรู้สึก แต่ใช้เช็กลิสต์ตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็น ความพร้อมเรื่องวันย้ายเข้า กฎอาคาร และตกลงเงื่อนไขสัญญาก่อนรับเงิน

กัลป์สุวัฒก์ ชิวปรีชา
ผู้ก่อตั้ง Rentdi.com และผู้เชี่ยวชาญด้านการเช่าคอนโดในประเทศไทย
อ่าน 8 นาที
คัดผู้เช่าคอนโดอย่างไร เช็กข้อมูลและตกลงเงื่อนไขให้ชัดก่อนส่งมอบ

การคัดผู้เช่าไม่ใช่การหาคนที่เจ้าของรู้สึกว่า “น่าไว้ใจที่สุด” จากการคุยไม่กี่นาที แต่เป็นการตรวจว่าผู้เช่ากับห้องและเงื่อนไขที่เสนอเหมาะกันหรือไม่ เจ้าของควรใช้คำถามชุดเดียวกับผู้สนใจทุกคน อธิบายข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ และเก็บเฉพาะเอกสารที่จำเป็นต่อการทำสัญญา

สำหรับเจ้าของที่กำลังหาผู้เช่าคอนโด จุดเริ่มต้นคือบอกวันพร้อมอยู่ ระยะสัญญา ค่าใช้จ่ายแรกเข้า และกฎอาคารให้ชัดในประกาศ คนที่ติดต่อเข้ามาจะได้รู้ก่อนนัดว่าห้องตรงกับความต้องการของตนหรือไม่ และเจ้าของจะถามเรื่องที่จำเป็นต่อการเช่าได้อย่างตรงประเด็น

วิธีนี้ช่วยลดความเข้าใจผิดเรื่องจำนวนผู้พักอาศัย สัตว์เลี้ยง วันย้ายเข้า ค่าใช้จ่าย และการใช้สิ่งของในห้อง ไม่มีแบบตรวจใดรับประกันว่าจะไม่มีปัญหาในอนาคต แต่ข้อตกลงที่ชัดและหลักฐานที่เป็นระบบทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเช่าอย่างรู้ตรงกัน

Rentdi มีการคัดกรองทั้งเจ้าของและผู้เช่า ช่วยให้ผู้เช่ามั่นใจมากขึ้นว่ากำลังติดต่อกับเจ้าของห้องตัวจริง อีกทั้งยังจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเช่าไว้ในระบบ Rentdi ทำให้การดำเนินการเป็นระบบ เพิ่มความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจ และความปลอดภัยตลอดกระบวนการเช่า หากสนใจใช้งาน Rentdi สามารถ สมัครสมาชิก ได้ที่นี่


เริ่มจากกำหนดเกณฑ์ก่อนรับข้อความสอบถาม

ก่อนลงประกาศ ให้เจ้าของเขียนเงื่อนไขหลักของห้องไว้หนึ่งหน้า เช่น ค่าเช่า ระยะสัญญา วันพร้อมเข้าอยู่ จำนวนผู้พักอาศัยที่ตกลงได้ รายการเฟอร์นิเจอร์ เงื่อนไขสัตว์เลี้ยง วิธีชำระเงิน และค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบตามสัญญา ตรวจให้ตรงกับกฎนิติบุคคลและเอกสารของอาคารก่อนเผยแพร่

screening-criteria

การกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้าช่วยไม่ให้เจ้าของตัดสินคนจากความชอบส่วนตัวในระหว่างคุย ตัวอย่างเช่น หากห้องมีข้อจำกัดเรื่องสัตว์เลี้ยง ให้ระบุว่าข้อจำกัดมาจากกฎข้อใด ถ้าจำนวนผู้พักอาศัยมีผลต่อการใช้ห้อง ให้ใช้ข้อตกลงเดียวกันกับผู้สนใจทุกคน อย่าให้คำตอบเปลี่ยนไปตามความรู้สึกหรือประวัติส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการเช่า

เจ้าของควรเตรียมรายการคำถามสั้น ๆ เพื่อใช้ทั้งในแชตและตอนนัดดู เช่น ต้องการย้ายเข้าวันไหน จะพักกี่คน เช่าสำหรับอยู่อาศัยหรือมีรูปแบบการใช้งานอื่น มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่ และต้องการเช่ากี่เดือน คำถามเหล่านี้ช่วยดูว่าห้องพร้อมและเงื่อนไขตรงกับความต้องการหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากตั้งแต่ยังไม่ตกลงเช่า


คุยเรื่องความสามารถในการจ่ายอย่างตรงไปตรงมา

เจ้าของอาจถามว่าผู้เช่ารับทราบค่าเช่า เงินที่ต้องชำระก่อนเข้าอยู่ และค่าใช้จ่ายประจำแล้วหรือยัง หากต้องใช้เอกสารประกอบ ให้บอกล่วงหน้าว่าขอเอกสารอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด ใครจะเห็น และเก็บไว้นานเท่าไร เลือกตรวจเท่าที่จำเป็นต่อการตัดสินใจและการทำสัญญา อย่าขอเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องหรือส่งต่อให้บุคคลอื่นโดยไม่มีเหตุผล

payment-ability-check

เกณฑ์ความสามารถในการจ่ายควรกำหนดให้เหมาะกับรูปแบบผู้เช่าและใช้สม่ำเสมอ คนหนึ่งอาจมีสลิปเงินเดือน อีกคนทำธุรกิจอิสระหรือมีรายได้หลายทาง เจ้าของสามารถถามถึงเอกสารยืนยันที่เหมาะสมได้ แต่ควรเปิดโอกาสให้ใช้หลักฐานรูปแบบอื่นที่สื่อสารความสามารถในการชำระได้ใกล้เคียงกัน

หากต้องการคัดผู้เช่าที่ชำระตรงเวลา อย่าพึ่งพาคำถามว่า “คุณรับรองว่าจะจ่ายไหม” เพียงอย่างเดียว ให้ยืนยันวันครบกำหนด ช่องทางรับเงิน วิธีส่งหลักฐานการชำระ และขั้นตอนติดต่อเมื่อเกิดปัญหาในสัญญา การจัดการที่ชัดตั้งแต่แรกมีประโยชน์มากกว่าการคาดเดาบุคลิกภาพจากการสนทนา


ขอเอกสารยืนยันตัวตน เมื่อทำสัญญา

เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงเดินหน้าทำสัญญา เจ้าของควรยืนยันชื่อผู้เช่าตามเอกสารที่จำเป็นและตรวจว่าบุคคลที่ลงนามเป็นผู้ที่จะรับผิดชอบตามสัญญาจริง หากผู้เช่าจะให้บริษัทเป็นคู่สัญญา หรือมีผู้แทนมาดำเนินการแทน ให้ตกลงว่าจะใช้เอกสารและผู้ลงนามใดก่อนวันนัด ไม่ควรรับเงินจากบุคคลหนึ่งแต่ทำเอกสารกับอีกบุคคลหนึ่งโดยไม่มีคำอธิบายและหลักฐานรองรับ

identity-verification

การดูเอกสารไม่จำเป็นต้องเก็บสำเนาทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องเก็บ ให้แจ้งวัตถุประสงค์และปกป้องไฟล์ไว้ในที่ที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ลบหรือทำลายเอกสารเมื่อหมดความจำเป็นตามแนวทางที่เจ้าของกำหนด อย่าส่งภาพบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มที่มีคนจำนวนมาก

สำหรับผู้เช่าที่มีผู้พักอาศัยร่วมหลายคน ให้เขียนชื่อผู้พักอาศัยและหน้าที่ของผู้ลงนามในสัญญาให้เข้าใจตรงกันก่อนรับเงิน การบอกว่า “มาอยู่ด้วยกันก่อนแล้วค่อยแจ้ง” อาจทำให้เกิดปัญหากับกฎของอาคารหรือการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน จึงควรตกลงจำนวนและรายชื่อผู้พักอาศัยตามข้อกำหนดของอาคารตั้งแต่ต้น


ใช้การนัดดูห้องเพื่อคุยรายละเอียด ไม่ใช่ตัดสินใจจากภาพลักษณ์

room-viewing-conversation

ในวันดูห้อง ให้พาผู้สนใจตรวจห้องจริงและตอบคำถามที่เกี่ยวกับการใช้งาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่รวมอยู่กับห้อง ที่จอดรถ การใช้คีย์การ์ด ข้อจำกัดของอาคาร เสียงในช่วงเวลาที่พัก และวันเริ่มสัญญา หากมีจุดชำรุดหรือของที่กำลังซ่อม ให้แจ้งก่อนตกลงเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจสภาพห้องตรงกัน

ผู้เช่าอาจถามเรื่องที่เจ้าของยังไม่มีคำตอบ เช่น วิธีขออนุญาตย้ายของ หรือกำหนดการซ่อมพื้นที่ส่วนกลาง เจ้าของไม่จำเป็นต้องเดาคำตอบเพื่อปิดการเช่า ควรบอกว่าจะตรวจสอบกับนิติบุคคลหรือผู้เกี่ยวข้อง แล้วส่งคำตอบเป็นข้อความภายหลัง การตอบตรงช่วยสร้างความคาดหวังที่เหมาะสม

เจ้าของควรบันทึกข้อสังเกตหลังการนัดไว้ เช่น ผู้สนใจถามเรื่องวันเข้าอยู่หรือสัตว์เลี้ยงหรือไม่ มีคำถามใดที่ประกาศยังตอบไม่ครบ และห้องต้องปรับอะไรให้พร้อม การบันทึกนี้มีประโยชน์ต่อการปรับประกาศและการดูว่าผู้สนใจแต่ละรายมีความต้องการตรงกับห้องแค่ไหน


ทำตารางคัดเลือกที่ไม่ซับซ้อน

เจ้าของไม่จำเป็นต้องสร้างคะแนนซับซ้อน ลองใช้ตารางสถานะสามระดับ: “ครบแล้ว” “ต้องถามเพิ่ม” และ “ไม่ตรงเงื่อนไขห้อง” โดยพิจารณาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการเช่า หากมีช่อง “ต้องถามเพิ่ม” ให้ติดต่อเพื่อขอคำชี้แจงก่อนปฏิเสธ ไม่สรุปจากข้อมูลที่ยังไม่ครบ

tenant-screening-table

หัวข้อ คำถามหรือสิ่งที่ต้องยืนยัน สถานะ
วันเริ่มเช่า ตรงกับวันที่ห้องพร้อมส่งมอบหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
จำนวนผู้พัก สอดคล้องกับกฎอาคารและข้อตกลงหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
สัตว์เลี้ยง เจ้าของและอาคารอนุญาตตามข้อมูลจริงหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
ยอดก่อนเข้าอยู่ ผู้เช่าเห็นยอดและวันชำระแล้วหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
ระยะเวลาเช่า ตรงกับเงื่อนไขที่ประกาศและตกลงหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
เอกสารและผู้ลงนาม ยืนยันตัวคู่สัญญาและอำนาจลงนามแล้วหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม
รายการพิเศษ มีข้อขอเพิ่มเติมที่ต้องเขียนในสัญญาหรือไม่ ครบแล้ว / ถามเพิ่ม

แบบนี้ช่วยให้เจ้าของอธิบายเหตุผลการตัดสินใจของตนเองได้ และทำให้ผู้สนใจแต่ละคนได้รับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์เดียวกัน ไม่ควรใส่ข้อมูลอ่อนไหวหรือความเห็นส่วนตัว เช่น “ดูไม่น่าไว้ใจ” ในแบบประเมิน ให้บันทึกข้อเท็จจริง เช่น ยังไม่ได้ยืนยันวันย้ายเข้า หรือขอเงื่อนไขที่ขัดกับกฎอาคาร


ตกลงเงื่อนไขให้ครบก่อนรับเงิน

ก่อนรับเงินจองหรือเงินก้อนใด ให้ส่งยอดเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าเงินแต่ละส่วนเรียกว่าอะไร นำไปหักจากยอดใด คืนได้เมื่อใด หรือมีเงื่อนไขอย่างไรหากฝ่ายใดไม่เดินหน้าต่อ อย่าใช้คำรวมว่า “มัดจำ” โดยไม่บอกว่าเป็นเงินจอง เงินประกัน หรือค่าเช่าล่วงหน้า เพราะคำเรียกแต่ละอย่างอาจมีผลตามข้อตกลงที่ทำไว้

contract-and-deposit

เมื่อเริ่มทำสัญญา ให้ระบุวันเริ่มและสิ้นสุด ค่าเช่า วันครบกำหนด ช่องทางชำระ รายการค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบซ่อมแซมตามกรณี กฎสัตว์เลี้ยง เงื่อนไขการใช้ทรัพย์สิน และขั้นตอนคืนห้องให้ชัด ถ้ามีคำตกลงทางแชตที่สำคัญ ให้ย้ายข้อมูลนั้นเข้าสู่เอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเก็บไว้ ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงความเข้าใจด้วยวาจา

หลังเซ็นสัญญา ทำบันทึกสภาพห้องร่วมกัน ระบุรอยเดิมและรายการของพร้อมภาพที่มีวันที่ จากนั้นส่งสำเนาสัญญาและบันทึกให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย เก็บหลักฐานการรับเงินและช่องทางติดต่อที่ใช้แจ้งซ่อมไว้ด้วย ถ้าต้องการตรวจขั้นตอนเตรียมห้องเพิ่มเติม อ่าน คู่มือลงประกาศคอนโดให้เช่า

ใช้บทพูดชุดเดียวกับผู้สนใจทุกคน:
“เพื่อเช็กว่าห้องตรงกับแผนของคุณ รบกวนแจ้งวันที่ต้องการย้ายเข้า จำนวนผู้พัก ระยะเวลาที่ต้องการเช่า และเงื่อนไขสัตว์เลี้ยงที่ต้องการค่ะ/ครับ ค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่ตามรายการนี้ หากตกลงเดินหน้าทำสัญญา เราจะแจ้งเอกสารที่จำเป็นและวิธีจัดเก็บให้ทราบ”
ข้อความนี้คัดความเหมาะสมของห้องโดยไม่เริ่มจากการขอข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก

ลองสมมติผู้สนใจสองคน: คนแรกมีเอกสารรายได้แบบพนักงานประจำแต่วันย้ายเข้าไม่ตรงกับวันที่ห้องพร้อม อีกคนทำงานอิสระและย้ายได้ทันเวลา เจ้าของควรถามทั้งคู่ด้วยเกณฑ์เดียวกันว่าเอกสารหรือหลักฐานแบบใดช่วยยืนยันความสามารถชำระตามเงื่อนไขได้ แล้วพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับสัญญา ไม่ควรตัดสินจากอาชีพ ภาพลักษณ์ หรือข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการเช่า


รักษาความเป็นธรรมและความเป็นส่วนตัว

หลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติจากเชื้อชาติ สัญชาติ เพศ ความพิการ อายุ สถานภาพครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ห้องและการทำสัญญา ให้ถามเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและปฏิบัติตามกฎเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน หากไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขใดเหมาะสมหรือมีข้อกฎหมายอย่างไร ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้ อย่าพึ่งข้อความตัวอย่างจากอินเทอร์เน็ตแทนคำปรึกษาที่เหมาะกับกรณีจริง

ข้อมูลส่วนตัวควรใช้เพื่อการประเมินและจัดทำสัญญาตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ไม่ควรเก็บสำเนาเอกสารไว้ในโทรศัพท์ที่มีผู้ใช้หลายคนหรือส่งต่อให้กลุ่มนายหน้าโดยไม่มีความจำเป็น หากทำงานกับนายหน้า ให้ตกลงก่อนว่าใครเป็นผู้เก็บข้อมูล จะส่งข้อมูลอะไรให้เจ้าของ และจัดการสำเนาอย่างไร

การตั้งเกณฑ์ที่รัดกุมไม่จำเป็นต้องทำให้การเช่ายุ่งยาก เจ้าของสามารถอธิบายรายการที่ต้องใช้ตั้งแต่ตอนลงประกาศและแจ้งลำดับขั้นตอนก่อนนัด เพื่อให้ผู้เช่าที่พร้อมเตรียมเอกสารได้ ขณะเดียวกันผู้สนใจที่ไม่ตรงกับวันเข้าอยู่หรือกฎห้องก็จะทราบเงื่อนไขก่อนเสียเวลาเดินทาง


คำถามที่เจ้าของมักถาม

ควรขอเอกสารรายได้จากผู้เช่าทุกคนหรือไม่

ให้กำหนดตามความจำเป็นของสัญญาและใช้แนวทางสม่ำเสมอ อธิบายวัตถุประสงค์ก่อนขอข้อมูล และพิจารณาหลักฐานทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้มีรายได้หลายรูปแบบ อย่าขอข้อมูลละเอียดกว่าที่จำเป็นเพียงเพราะต้องการความมั่นใจเพิ่ม

ถ้าผู้เช่าไม่ยอมส่งสำเนาบัตรประชาชนควรทำอย่างไร

ถามว่ามีวิธียืนยันตัวตนแบบอื่นที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้หรือไม่ และปรึกษาผู้จัดทำสัญญาหากไม่แน่ใจเรื่องเอกสารที่ต้องใช้ หากเก็บสำเนา ให้แจ้งวัตถุประสงค์ ปกปิดข้อมูลที่ไม่จำเป็นตามคำแนะนำที่เหมาะสม และจำกัดผู้เข้าถึงข้อมูล

จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าตรงเวลา

ไม่มีการตรวจใดรับประกันพฤติกรรมในอนาคตได้ เจ้าของลดความเสี่ยงได้ด้วยการยืนยันตัวคู่สัญญา กำหนดวันและวิธีจ่ายที่ชัด ใช้หลักฐานตามความจำเป็น และมีขั้นตอนติดต่อเมื่อเกิดปัญหา

ต้องปฏิเสธผู้สนใจอย่างไร

ตอบสั้นและสุภาพโดยอ้างถึงเงื่อนไขห้องหรือข้อกำหนดที่ประกาศไว้ เช่น วันเข้าอยู่ไม่ตรงกับวันที่ห้องพร้อม หรืออาคารไม่อนุญาตสัตว์ชนิดนั้น หลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครรายอื่นหรือเขียนข้อความที่ดูหมิ่น


อ่านต่อให้ตัดสินใจได้ครบ

หากมีผู้สนใจหลายคน ลองเทียบคำตอบกับ เช็กลิสต์สัญญาเช่าคอนโด และ วิธีตรวจข้อมูลก่อนรับหรือโอนเงินจอง เพื่อให้การคัดเลือกต่อเนื่องไปถึงข้อตกลงที่ตรวจสอบได้


สรุป: เลือกจากข้อมูลที่เกี่ยวกับการเช่าจริง

เจ้าของมีโอกาสเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเมื่อแจ้งเงื่อนไขให้ครบ ใช้คำถามและเอกสารเท่าที่จำเป็น และให้ผู้สนใจทุกคนได้รับการพิจารณาในมาตรฐานเดียวกัน ตรวจการใช้งานห้องและกฎอาคารให้ตรง แล้วบันทึกข้อตกลงที่สำคัญไว้ก่อนรับเงิน หากยังต้องเตรียมรายละเอียดประกาศให้ชัด ลองใช้ คู่มือลงประกาศคอนโดให้เช่าของ Rentdi ส่วนเจ้าของที่กำลังประเมินรายรับและค่าใช้จ่ายทั้งปีสามารถอ่าน วิธีคำนวณรายได้สุทธิจากการปล่อยเช่า ประกอบกัน

ผู้เขียนบทความ
กัลป์สุวัฒก์ ชิวปรีชา

ผู้ก่อตั้ง Rentdi.com และผู้เชี่ยวชาญด้านการเช่าคอนโดในประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างสรรค์แพลตฟอร์มการเช่าคอนโดดิจิทัล 100% ที่โปร่งใส ปลอดภัย และสะดวกรวดเร็วสำหรับผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่าในประเทศไทย

กำลังมองหาคอนโดให้เช่าที่ถูกใจอยู่ใช่ไหม?

ค้นหาคอนโดติด BTS & MRT สัญญาเช่าดิจิทัลออนไลน์ 100% ปลอดภัย ไม่มีค่านายหน้า กับ Rentdi

ค้นหาคอนโดทั้งหมด